[APH]Day of German Unity
posted on 03 Oct 2009 10:37 by ariz in Fiction
วันนี้เป็นวันชาติเยอรมัน ช่วงนี้เอริสบ้าคลั่งเฮตาเลียมากๆ แต่เป็นสาวกที่แสนจะอ๊างท่านกิลเบิร์กอย่างแรงกล้า ขอแต่งฟิคเรื่องนี้สุขสันต์วันเกิดพี่น้องเยอรมันนะจ๊ะ
Day of German Unity
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวหลังกำแพงนั่น...ทั้งที่เป็นเสียงที่ดังจนน่ารำคาญแท้ๆ
แต่ฉันกลับคิดว่าเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวนั่นกลับเพราะประดุจเสียงระฆังของพระผู้เป็นเจ้า
ฉันยังคงทุ่มแรงใส่กำแพงนั่นอย่างไม่ลดละแม้ว่าเหงื่อจะไหลอาบทั่วร่างแล้วก็ตาม
หากกำแพงนี้พังลงก็จะได้พบ...จะได้พบกับพี่อีกครั้ง
คนของฉันต่างช่วยกันใช้ค้อน สิ่ว พลั่ว...ทุกสิ่งที่เขาสามารถหยิบออกมาใช้ได้
พังกำแพงที่กั้นขวางระหว่างฉันกับหมอนั่น...วันเวลาที่ผ่านมาช่างยาวนานจริงๆ
อีกไม่นานคงได้พบกันแล้วสินะ
เฟลี่เซียโน่ยืนมองอยู่ด้านหลัง หมอนั่นอยากมาช่วยด้วย แต่ฉันห้ามไว้...
เพราะนี่คือบ้านของฉัน เพราะเจ้าสิ่งนี้คือสิ่งก่อสร้างที่น่าอัปยศที่ถูกสร้างบนแผ่นดินของฉัน
เพราะเจ้าสิ่งนี้คือสิ่งที่ทำให้พวกเราต้องเจ็บปวด...รออีกเดี๋ยวเถอะนะ ช่วยรออีกหน่อยนะครับ..พี่
หมอนั่น...หมอนั่นเดินเข้ามาใกล้ฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ
แต่ฉันรู้ว่าดีหลังหน้าตาที่ใสซื่อนั้นคือปิศาจร้าย...ปิศาจร้ายที่ทำให้ฉันต้องเจ็บปวดเรื่อยมา
หมอนั่น...หมอนั่นก้มมองฉันจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขบขัน
แฮมเบอร์เกอร์ในมือของหมอนั่นทำให้ฉันรู้สึกแย่...ทำไมเจ้าหมอนั่นไม่รีบกลับไปซะที
"คุณเองก็น่าจะรู้นะครับ ว่าถ้ากำแพงนี้ถูกทำลายคุณจะเป็นยังไง"
อิวานพูดแบบนั้นพร้อมยื่นมือมาหาฉัน เพราะรู้จักกันมานาน และฉันเองก็มีชีวิตมานาน
ฉันรู้ดี...ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อกำแพงนี้ทลายลงคืออะไร
...ดังนั้น ไม่ต้องมาเสียเวลาเปลืองน้ำลายบอกฉัน "กลับไปได้แล้วอิวาน"
"นายน่ะ โตพอที่จะเดินออกจากเงาพี่ชายแล้วนะ"
อัลเฟรดตะโกนเสียงดังจากบนเฮลิคอปเตอร์ ทำไมฉันจะไม่รู้จุดประสงค์ที่หมอนั่นพูด
เรื่องแบบนี้ขึ้นมา...ฉันรู้ไส้รู้พุงหมอนี่ดีว่าในอดีตหมอนี่ทำอะไรกับคนที่เป็นพี่ชายตัวเอง
ฉันน่ะ...ไม่สนว่านายจะพูดยังไง แต่ฉันจะไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นกับพี่เด็ดขาด
...ดังนั้น ไม่ต้องมาพร่ำสอนให้ฉันกลายเป็นน้องแบบนั้น "กลับไปได้แล้วอัลเฟรด"
กำแพงกำลังจะถล่มแล้ว...จะได้พบกันแล้วสินะเวสท์
อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว...จะได้พบกันแล้วนะครับพี่
...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็เตรียมใจไว้ตั้งแต่แยกกับนายเมื่อวันนั้น
วันที่กำแพงนี้ถูกสร้างขึ้น...ไม่สิ ฉันทำใจไว้ตั้งแต่วันที่นายมาเป็นน้องชายฉันแล้ว
...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่มีวันยอมแยกจากพี่อีกเป็นอันขาด
วันที่กำแพงนี้ถูกสร้างขึ้น...มันคือความละอายใจที่ผมไม่มีวันลืม มันคือความผิดของผม
ผมไม่เคยเสียใจเลย ที่พี่เก็บผมมาและเลี้ยงดูผมจนเติบใหญ่
...นายคือน้องชายคนสำคัญของฉัน
...พี่คือพี่ชายคนสำคัญของฉัน
กำแพงพังลงมาแล้ว...
เสียงร้องยินดีของเหล่าชายหญิงที่พลัดพลากจากครอบครัวตัวเองต่างวิ่งเข้าตามหา
และสวมกอดกันทั้งน้ำตา...ฉันอยากร้องไห้ชะมัด นี่มันไม่ออวซั่มเลย...
ในที่สุดกำแพงก็พังลงมาสักที...
พี่...พี่อยู่ที่ไหน ผู้คนต่างวิ่งกันจนชลมุนไปหมด พี่อยู่ที่ไหน...!?
...คงอีกไม่นาน
ฉันเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงจุดเดิม
"พี่ครับ..." เสียงเรียกและใบหน้าแสนคุ้นเคยของหมอนั่นอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว...
ร่างกายกำยำที่ผ่านการฝึกฝนมากเป็นอย่างดี นัยน์ตาสีฟ้าสุกสว่างเหมือนเมื่อวันนั้น
เส้นผมสีบลอนด์ละเอียดจัดแต่งทรงในแบบที่นายคิดว่าเหมาะกับนายที่สุด...
ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย นี่ล่ะ...น้องชายของฉัน
...ในที่สุดก็หาเจอจนได้
พี่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะที่กำลังโปรยปราย เรือผมสีเงินสว่างไม่เป็นทรง ดวงตาสีโกเมนดุจเพลิง
ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งของนักรบกลับบอบบางแลดูอิดโรย...ถึงจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแต่นี่ล่ะ...
พี่ชายของผม
"ไงเวสท์ คิดถึงพี่ชายสุดออวซั่มคนนี้ไหมเอ่ย"
ฉันยังคงยิ้มให้เวสท์เหมือนทุกครั้ง ฉันหวังว่าหมอนั่นคงไม่รู้ว่าฉันต้องกล่ำกลืนแค่ไหนที่จะ
ยิ้มออกมาได้แบบนี้...อย่ารู้นะเวสท์ อย่ามองเห็นความหวั่นไหวของพี่ชายคนนี้เชียวนะ
"พูดบ้าๆ"
ถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่ผมกลับเข้าสวมกอดพี่ชายเพียงคนเดียว พี่ชายผู้เลี้ยงดูผมมาตลอด
ความรู้สึกตอนนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่ที่ผมรู้คือตอนนั้นเราจะกลับบ้าน
เราจะกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง
"กลับบ้านเราเถอะครับ...พี่"
นายรู้ไหมเวสท์คำพูดนั้นของนายทำเอาฉันเกือบร้องไห้...เจ้าน้องบ๊องนี่~!
นายคงไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ นายไม่มีวันรู้เพราะนายไม่เคยประสบมาก่อน
และนายไม่มีทางรู้เพราะฉันไม่เคยเล่าเรื่องแบบนี้ให้นายฟัง
ฉันไม่เคยสอนนาย......นั่นเพราะฉันไม่อยากให้นายรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้
หมอนี่เติบโตขึ้นมาก หมอนี่โตพอที่จะเลิกอยู่ใต้เงาของพี่ชายคนนี้ได้แล้ว...
ปลายนิ้วเรียวเอื้อมแตะใบหน้าของน้องชายร่างสูง ลุควิดแปลกใจกับการกระทำของกิลเบิร์กแต่
ไม่ได้พูดอะไรออกไป รอยยิ้มปรากฎขึ้นที่มุมปาก...รอยยิ้มของกิลเบิร์ก รอยยิ้มจากใจ...
"เข้มแข็งไว้นะเวสท์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป"
เวสท์ทำหน้าแปลกใจเมื่อได้ยินคำพูดแปลกๆของฉัน แต่หมอนั่นมันหัวช้าก็เลยได้แต่พยักหน้าหงึกๆ
...รู้เอาไว้นะเวสท์ ว่ารอยยิ้มของนายคือสิ่งที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้
"ไหนๆก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง พี่มีอะไรอยากได้ไหม ถ้าผมทำได้ผมจะทำให้นะ"
ลุควิดพูดด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนกับทุกครั้ง กิลเบิร์กเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อถูกถามขึ้นโดยกะทันหัน
เขาเอียงคอเล็กน้อยก่อนหัวเราะออกมาเสียงดังจนทำให้น้องชายกับคนรอบข้างแปลกใจ
"ตอนนี้ไม่นะ แต่ถ้ามีฉันจะบอกนายแล้วกัน ไว้ถึงตอนนั้นอย่าลืมที่พูดล่ะ"
ฉันจิ้มหน้าผากเวสท์แรงๆ หมอนั่นทำหน้ามุ่ยนิดหน่อยแต่ก็ให้สัญญา...นี่น่ะคือข้อเสียของนายเวสท์
นายมักจะให้สัญญากับฉันทั้งที่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดไปนายจะทำได้หรือเปล่า...มันคือว่ามั่นใจงั้นหรอ
หรือว่าเพราะนายคิดว่าฉันจะไม่ขออะไรที่ยากจนความสามารถของนายเหมือนทุกครั้ง
...อันที่จริงฉันมีสิ่งที่อยากบอกนาย...ความปรารถนาของฉันที่เกิดขึ้นเมื่อกำแพงทลายลง...
...มันไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ...แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่นายสมควรจะรู้หรอก...
ความปรารถนาของฉัน...
"ยิ้มไว้นะเวสท์ ยิ้มตลอดไป"
"หา...? พี่พูดอะไรแปลกๆอีกแล้ว"
นายกำลังยิ้ม...นั่นล่ะคือความปรารถนาของฉัน
ต่อให้เกิดอะไรขึ้น...ฉันจะรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นไว้เอง นายอาจจะคิดว่าฉันเห็นแก่ตัว
ฉันไม่รู้ว่านายจะเสียใจไหมถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นกับฉัน...ฉันไม่รู้ว่านายจะลืมฉันหรือเปล่า
หรือว่านายอาจจะโกรธเกลียดฉันไปเลยก็ได้
แต่ว่า...ขอแค่นายยังคงยิ้มแบบนี้ต่อไป...
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็มีความสุขมากพอแล้วที่มีนายเป็นน้องชาย...
END
สุขสันต์วันเกิดลุควิด ลาก่อนกิลเบิร์ก
รักพี่น้องไวล์ชมิทที่สุดในโลกเลย..!!!















